Get Adobe Flash player

เมนูหลัก

         วันที่ 13 ธันวาคม 2558 เวลา 08.00 น. สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม รักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตเป็นประธานในการประชุมสัมมนาพระธรรมทูตไทยและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในโอกาสมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ห้องประชุมศาลาสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

         นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ถวายรายงานสรุปความว่า “เกล้ากระผมนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในนามคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ  มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พระเดชพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัตมาเป็นประธานในการประชุมพระธรรมทูตต่างประเทศ ในโอกาสที่รัฐบาลให้การสนับสนุนจะได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคม 2558 นี้ ในฐานะที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศเป็นพระองค์แรก ซึ่งกิจการพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศของคณะสงฆ์ไทยได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในยุคที่เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงเป็นประธานในการฝึกอบรมครั้งแรก เป็นเหตุให้งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาแผ่ขยายไปยังต่างประเทศ และบุคคลากรที่เกี่ยวข้องจะได้เข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงพระศพโดยพร้อมกันในครั้งนี้ด้วย ในการประชุมสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ

        1. เพื่อถวายสักการะและถวายพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นประธานกรรมการอำนวยการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศพระองค์แรก
         2 เพื่อร่วมกันประกาศจุดยืนในการสืบสานสืบทอดพระเจตนารมณ์ของเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร 
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในฐานะองค์พระประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทยและในฐานะผู้นำชาวพุทธคนสำคัญของโลกในการเผยแผ่หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา

         3. เพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลในงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก

         4. เพื่อรายงานความก้าวหน้าและทบทวนงานเผยแผ่ของพระธรรมทูต สืบต่อจากการประชุมสัมมนาโครงการประชุมเสวนาวิชาการพระธรรมทูตไทยทั้ง 4 ทวีป เทิดพระเกียรติในงานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 3 ตุลาคม 2556 ตลอดถึงรับทราบแนวทางนโยบายการส่งเสริมสนับสนุนการเผยแผ่ของพระธรรมทูตในต่างประเทศจากมหาเถรสมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
         5. เพื่อให้พระธรรมทูตไทยที่ไปปฏิบัติศาสนกิจด้านการเผยแผ่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกได้มาปรึกษาหารือเสวนาแลกเปลี่ยนข้อมูลแนวคิดวิธีการต่าง ๆ เพื่อนำไปประยุกต์บูรณาการด้านเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


         ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นประธานการฝึกอบรมพระธรรมทูตไทยไปต่างประเทศพระองค์แรก จนทำให้ปัจจุบันพระธรรมทูตกระจายไปในต่างประเทศ พระธรรมทูตไทยต่างสำนึกในหน้าที่และความวิริยะอุตสาหะดำเนินการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป  ในการจัดสัมมนาครั้งมีผู้ร่วมดำเนินการคือ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (มหานิกาย / ธรรมยุต) สถาบันฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) และคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานพระศพ ฯ  จำนวน 194 รูป/คน และพระธรรมทูตที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้จะได้เข้าร่วมงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ตามหมายกำหนดการต่อไป บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้วเกล้าฯ ขอกราบอาราธนาเจ้าประคุณสมเด็จฯผู้เป็นประธานได้โปรดกล่าวสัมโมทนียกถาและเมตตากล่าวเปิดการประชุมต่อไป ขอนมัสการด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

 

         เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัตได้เปิดการประชุมสัมมนาสรุปความว่า “ขอนมัสการพระเถระ พระธรรมทูตต่างประเทศทุกรูป ขอเจริญพร ฯ พณ ฯ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  และขอเจริญพรผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและขอเจริญพรผู้เกี่ยวข้องทุกท่านในที่นี้  กระผมขอถวายคารวะและขอแสดงความยินดีต่อพระเถระ พระธรรมทูตที่ได้ไปปฏิบัติศาสนากิจในต่างประเทศด้วยความเสียสละและความอดทน ขออนุโมทนาที่ท่านทั้งหลายได้ปรารภงานสำคัญคืองานพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นประธานกรรมการการฝึกอบรมพระธรรมทูตองค์แรก ท่านทั้งหลายได้มาร่วมกัน นับเป็นโอกาสที่พระเถระทั้งหลายได้มาประชุมร่วมกันเป็นโอกาสที่ได้มาพบกัน พร้อมเพรียงกัน เพื่อจะได้รู้จักกัน ได้สนทนาปราศรัยกัน ได้ทราบวิธีการและแนวปฏิบัติในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศร่วมกัน จึงนับว่าเป็นประโยชน์จะได้ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นที่ควรแก่การอนุโมทนาสาธุการ กระผมจึงมีความยินดีอย่างจริงใจ ในฐานะที่ได้มาพบกับพระธรรมทูตที่ท่านได้ปฏิบัติศาสนากิจด้วยความยากลำบาก
         พระธรรมทูตในต่างประเทศนั้นถือว่าท่านทั้งหลายได้ไปปฏิบัติศาสนากิจ ดำเนินรอยตามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังที่ท่านทั้งหลายต่างก็ทราบกันดีว่า เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นทรงบำเพ็ญเพียรปฏิบัติพระองค์จนสามารถบรรลุคุณวิเศษอันสูงสุด และแทนที่พระพุทธองค์จะทรงประทับพักผ่อน เสวยวิมุติสุขคือความสุขที่เกิดจากการบรรลุธรรมของพระองค์ แต่ทรงคำนึงถึงหมู่ประชาชนที่ยังตกอยู่ในกองทุกข์ ประสงค์จะนำสิ่งที่พระองค์ทรงค้นพบนั้นไปสอนให้ประชาชนให้พ้นจากความทุกข์ โดยมุ่งประโยชน์ให้เกิดแก่ประชาชนโดยทั่วไป พระองค์ทรงเสียสละไปแนะนำสั่งสอนผู้อื่น โดยประโยชน์ของผู้อื่น มิใช่เพื่อประโยชน์ของตน

 

         พระธรรมทูตทุกท่านที่อยู่ในที่นี่ก็ได้ชื่อว่าได้ปฏิบัติตามรอยบาทของพระศาสดา คือปฏิบัติตนไปเพื่อประโยชน์ของมหาชน เป็นการเสียสละอย่างสูงสุด ได้ชื่อว่าดำเนินรอยตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชได้รับบัญชาให้เป็นประธานกรรมการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นแรก ถือว่าเป็นองค์ปฐม ที่ได้ดำเนินกิจการนี้ ทำให้มีพระธรรมทูตปรากฏในปัจจุบัน จึงถือได้ว่าพระองค์เป็นบุรพาจารย์ เป็นครูของพระธรรมทูต เมื่อถึงคราวสำคัญในโอกาสพิธีถวายเพลิงพระศพของพระองค์ ในฐานะที่เป็นองค์ปฐมในการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ และในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นสกลมหาสังฆปริณายก ถือว่าเป็นกิจที่น่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง พระธรรมทูตนั้นที่ท่านกำหนดคุณลักษณะไว้ต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญ 3 ประการคือ (1) ต้องมีความรู้ดี (2) ต้องมีความประพฤติดี (3) ต้องมีความสามารถดี  คุณสมบัติทั้งสามประการนี้ได้กำหนดขึ้นเมื่อครั้งที่เจ้าพระคุณสมเด็จฯทรงเป็นประธานในการฝึกอบรมครั้งแรก
         ความรู้นั้นเป็นที่ตั้งของศรัทธาปสาทะได้ง่าย คนที่มีศรัทธาย่อมเกิดจากผู้ที่มีความรู้แสดง แต่ถึงมีกำลังที่จะทำให้เกิดศรัทธาปสาทะได้ก็จริง แต่ก็ไม่ยั่งยืนต้องมีความประพฤติประกอบด้วย ความประพฤติดีทำให้ศรัทธาปสาทะให้ยั่งยืน ถ้าเห็นความประพฤติไม่ดี ศรัทธาปสาทะนั้นก็เสื่อมลงได้ง่าย  จึงถือว่ามิใช่ความยั่งยืน
         ความประพฤตินั้นเมื่อเกิดศรัทธาความเลื่อมใสแล้ว ทำให้เกิดศรัทธาปสาทะยั่งยืน แม้จะมีความรู้น้อยก็ไม่เป็นไร ดังนั้น ในสองอย่างคือ วิชชาและจรณะ ต้องมาควบคู่กัน

 

         ส่วนความสามารถก็เกิดขึ้นมาได้ด้วยการปฏิบัติศาสนกิจ ที่ท่านขยันปฏิบัติด้วยความสามารถ จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา ผู้ที่มีคุณสมบัติสามประการนี้ถือว่ามีคุณสมบัติของพระธรรมทูตที่ดี  ที่สำคัญที่สุดคือความประพฤติ ขอให้พระธรรมทูตทั้งหลายจงมีคุณสมบัติของพระธรรมทูตให้ครบทั้งสามประการให้บริบูรณ์
         กระผมหวังว่าในการประชุมสัมมนาในครั้งนี้ และในการร่วมพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะทำให้พระธรรมทูตเกิดความรู้ความนึกคิดและความพร้อมเพรียงกัน และทำให้เกิดคุณสมบัติทั้งสามประการนี้เพื่อประโยชน์ในการเผยแผ่ศาสนธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ยั่งยืนต่อไป
         ขออนุโมทนาทุกท่านที่ได้ร่วมกัน ขอให้ทุกท่านที่ได้เสียสละความสุขสบายส่วนตัว ทำเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าไม่ได้มีความสุขสบาย ขอให้ทุกท่านมีความเจริญในธรรมวินัยคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าตลอดไปชั่วกาลนาน ขอเปิดการประชุม ณ บัดนี้

 

ฝ่ายเลขานุการ
สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธ)
รายงาน

13/12/58

Copyright © ๒๕๕๙ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธรรมยุต) กรุงเทพมหานคร