Get Adobe Flash player

เมนูหลัก

วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๕.๓๐ น. พระภิกษุผู้เข้ารับการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธรรมยุต)รุ่นที่ ๒๑/ ๒๕๕๘ เข้าถวายสักการะเจ้าประคุณสมเด้็จพระธีรญาณมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เลขาธิการกรรมการบริหารคณะธร กรรมการมหาเถรสมาคม เลขาธิการกรรมการบริหารคณะธรรมยุต เจ้าคณะภาค ๑-๒-๓ และ ๑๒-๑๓ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ประธานกรรมการบริหาร สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) เจ้าคณะภาค ๑-๒-๓ และ ๑๒-๑๓ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ประธานกรรมการบริหาร สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต)ณ วัดเทพศิริทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย  กรุงเทพมหานคร

  

             ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ รุ่นที่  ๒๑ นี้  มีจำนวน ๕๑ รูป   ใช้เวลาการฝึกอบรม รวมทั้งสิ้น ๓ เดือน โดยแบ่งการฝึกอบรมเป็น ๓ ภาคคือ ภาควิชาการ ภาคจิตภาวนา และภาคศึกษาดูงานและนมัสการสังเวชนียสถานประเทศอินเดีย 

ภาควิชาการ อบรม ณ สถาบันฝึอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) วัดพระศรีมหาธาตุ  ระหว่างวันที่ ๑๙ มกราคม ถึง วันที่ ๕ มีนาคม และ วันที่ ๓๐ มีนาคม ถึง ๗ เมษายน ๒๕๕๘

             ภาคจิตภาวนา อบรม ณ วัดพระศรีมหาธาตุ  และวัดเฉลิมพระเกียรติราชานุสรณ์ รัชการที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๖ ถึง วันที่ ๑๗ มีนาคม 

             ภาคศึกษาดูงานและนมัสการสังเวชนียสถานประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ ๑๘ ถึง วันที่ ๒๙ มีนาคม

อนึ่ง จะมีพิธีปัจฉิมนิเทศ ปิดการฝึกอบรม ในวันอังคารที่ ๗ เมษายน นี้ คาดว่าการฝึกอบรม  พระธรรมทูตฯ   จะได้ผู้เข้ารับการอบรมเป็นพระธรรมทูตที่มีความรู้ ความสามารถ มีศีลาจารวัตรอันดีงามและความสามัคคี อันจะนำมาซึ่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนต่อไป 

บัดนี้  คณะเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ พร้อมแล้ว เกล้าฯ ขอประทานกราบเรียนเจ้าประคุณสมเด็จฯ  ได้โปรดเมตตาประทานโอวาท เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติศาสนกิจต่อไป

 

             เจ้าประคุณ สมเด็จพระธีรญาณมุนี ได้ให้โอวาทสรุปความว่า “ขอแสดงความยินกับพระธรรมทุตรุ่นที่ ๒๑ ที่สามารถเรียนจบหลักสูตรการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศในครั้งนี้ พระธรรมทูตได้เดินทางไปนนัสการสังเวชนียสถานสี่ตำบลทีี่ประเทศอินเดียได้เห็นความยากลำบากของพระพุทธเจ้าและพุทธสาวกที่ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาจนทำให้พระพุทธศาสนาดำรอยู่ได้ในปัจจุบัน  

             ในสมัยพุทธกาลพระพุทธองค์ได้แสดงพระธรรมเทศนาจนทำให้มีสาวกจำนวน ๖๐ องค์ และได้ส่งออกไปประกาศพระพุทธศาสนา ภายในเวลาเพียง ๙ เดือนก็มีพุทธสาวกเพิ่มขึ้นอีกจำนวน ๑๒๕๐ องค์ ซึ่งไม่มีอุปัชฌาย์ใดสามารถทำได้ ถ้าบวชได้เดือนละ ๑๐๐ รูปก็ได้แค่ ๙๐๐ รูป เมื่อเปรียบเทียบกับพระธรรมทูตนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ แต่ก็สามารถเผยแผ่พระศาสนาให้กับพุทธบริษัท ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อุปสมบทเป็นภิกษุ แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นอุบาสกอุบาสิกาในพระพุทธศาสนา

 

           ขอให้พระธรรมทุตทุกท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจนสุดความสามารถ ขอให้ตั้งใจว่างานเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นนงานที่สำคัญของพระภิกษุ การที่จะทำให้ผู้คนเกิดศรัทธาปสาทะนั้นตัวเราเองต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่าง ขอให้พระธรรมทูตยึดมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้ว่า “บัดนี้เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์แล้ว กิริยาอาการใดๆที่บรรพชิตควรประพฤติเราต้องทำกิริยาอาการนั้นๆ ชีวิตของพวกเราเนื่องด้วยผู้อื่นเราควรทำตัวให้เขาเลี้ยงง่าย” พระภิกษุต้องอยู่ง่ายฉันง่าย อย่าทำตนให้คนอื่นลำบาก

 

           หลังจากนี้ไปพวกท่านก็จะได้ชื่อว่าเป็นพระธรรมทูต ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ประกาศให้ชาวโลกได้รู้จักหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ขอให้ทุกท่านจงเป็นพระธรรมทูตที่ดีมีคุณภาพต่อไป

 

 

 

       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyright © ๒๕๕๙ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธรรมยุต) กรุงเทพมหานคร